UFABETWINS ไทสัน ฟิวรี่ vs มิคกี้ โอนีล จาก Snatch : ใครกันแน่ “มวยสไตล์ยิปซี” ที่แท้จริง ?

UFABETWINS ไทสัน ฟิวรี่ ถือเป็นนักมวยรุ่นเฮฟวี่เวตที่เก่งที่สุดในยุคปัจจุบัน ด้วยการถือเข็มขัดแชมป์โลกอย่างสง่าผ่าเผยจากการคว่ำ ดีออนเตย์ ไวล์เดอร์

และอีกหลาย ๆ คนมาแล้ว อย่างไรก็ตามจุดขายของนักชกที่ได้ฉายาว่า “ยิปซีคิง” ไม่ใช่แค่เรื่องฝีมือเท่านั้น แต่มันรวมถึงไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะในหรือนอกเวที ที่ใครเห็นก็ต้องจำได้ และเขาเรียกมันว่า “การสู้แบบยิปซี” สิ่งนี้เองที่ทำให้หลายคนเกิดคำถาม “สู้แบบยิปซีคืออะไร ?” และก่อนหน้าที่ ฟิวรี่ จะแจ้งเกิด มีหนังเรื่อง Snatch (ทีเอ็งข้าไม่ว่า ที่ข้าเอ็งอย่าโวย) ที่ชูบทบาทนักชกยิปซีให้รู้จักในวงกว้าง โดยนักมวยคนนั้นคือ มิคกี้ โอนีล ที่รับบทโดย แบรด พิตต์

คำถามคือ ทำไม ฟิวรี่ ที่อ้างตนว่าเป็นยิปซีคิง ถึงไม่ต่อยเหมือนกับยิปซีพันธุ์แท้อย่าง มิคกี้ โอนีล เราจะหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันที่นี่ เป็นยิปซี ต้องเป็นมวย
ใครว่าพื้นเพต้นกำเนิด บอกนิสัยและตัวตนไม่ได้ จริงอยู่ที่หลายคนเกิดมาจากแหล่งอโคจร แต่เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีมีคุณภาพและประสบความสำเร็จ นั่นก็เพราะว่าพวกเขาพยายามมากกว่าคนที่มีพื้นเพต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกันหลายเท่า และสุดท้ายพวกเขาสามารถหนีสภาพแวดล้อมในอดีตได้ อย่างไร

ก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่จะไม่จากพวกเขาไปไหน นั่นคือความทรงจำ … คนรวยและประสบความสำเร็จหลายคนบนโลกนี้ มักจะเล่าย้อนถึงอดีตที่ยากลำบากของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ เพราะมันเหมือนเป็นการยืนยันว่าพวกเขาต้องสู้ขนาดไหนกว่าจะมายืน ณ จุดที่เป็นอยู่ ดังนั้น “ความทรงจำ” ที่ติดตัวมาตลอด ก็จะเป็นเครื่องตอกย้ำเสมอว่า ไม่ว่าอดีตจะดีหรือแย่ เราไม่มีทางหนีมันพ้น เพราะมันได้เกิดขึ้นไปแล้วนั่นเอง ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ ไทสัน ฟิวรี่

นักชกเฮฟวี่เวตแชมป์โลกคนปัจจุบัน ที่ถูกเรียกว่า “ยิปซีคิง” นั้น มักจะเล่าถึงพื้นเพของตัวเองด้วยความภูมิใจเสมอ แม้ว่าคำว่า “ยิปซี” จะไม่ใช่คำที่ดีนัก และถูกมองในเชิงหยามเหยียดเสียมากกว่า แต่ ฟิวรี่ บอกว่า เพราะความเป็นยิปซีนี่แหละ ที่ทำให้เขามาไกลได้ขนาดนี้ “ต่อให้รวยล้นฟ้ามีเงินในกระเป๋าหลายสิบล้านปอนด์ ผมยังคงเป็นยิปซีคนเดิม ขอแค่รถคาราวานไว้ซุกหัวนอนผมก็นอนหลับได้สบายมาก” ฟิวรี่ ยืนยันตัวตนของเขา ยิปซี

UFABETWINS

นั้นมีตำนานหลากหลายที่บันทึกไว้ บ้างก็ว่ามาจากอินเดีย บางตำราก็บอกมาจาก อียิปต์ ดังนั้นเรื่องต้นสายปลายเหตุที่ไม่แน่ชัดเราจะขอตัดทิ้งไปและพูดถึง “ยิปซี” ในบริบทของ ไทสัน ฟิวรี่ รวมถึงคู่เปรียบของเขาในวันนี้อย่าง มิคกี้ โอนีล จากภาพยนตร์เรื่อง Snatch ที่รับบทโดยดาราเจ้าบทบาทอย่าง แบรด พิตต์ เท่านั้น ยิปซี ในเส้นทางของทั้งคู่หมายถึงชาวไอร์แลนด์ ที่อพยพเข้ามาเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศอังกฤษเมื่อ 100 กว่าปีก่อนในช่วงสงครามโลก

ครั้งที่ 1 โดย ณ เวลานั้นมีชาวไอริช เข้ามาราว 40,000 คน ก่อนที่พวกเขาจะมีความคิดไม่ตรงกันและแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งแรกคือกลุ่มที่เลือกจะตั้งรกรากเป็นหลักแหล่ง ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งที่ผิดใจกันจึงเลือกอีก 1 เส้นทาง นั่นคือการออกเดินทางไปทั่ว ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย ๆ และใช้ชีวิตอย่างอิสระ ซึ่งฝ่ายหลังนั้นเองที่ถูกเรียกว่าพวกยิปซี การเลือกเส้นทางของ ยิปซี นั้นแน่นอนว่ามันส่งผลต่อสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขามาก การอยู่ไม่ติดที่ทำให้ยากที่จะทำงาน

และหาเงินได้มากพอกับความต้องการ รวมไปถึงสำหรับเด็กๆที่ไม่สามารถเข้าเรียนตามโรงเรียนได้ปกติ นั่นจึงทำให้ชาวยิปซีส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีการศึกษาน้อย นอกจากนี้พวกเขายังเป็นพวกใจร้อน ชอบใช้ความแข็งแกร่งและกำลังในการตัดสินปัญหาต่าง ๆ นั่นเองทำให้คนเมือง (ชาวอังกฤษ) ส่วนใหญ่มองว่าพวกยิปซี เป็นชนชั้นล่าง ไม่อยากสุงสิงด้วย ด้วยเหตุผลหลายๆเรื่องทั้งลักษณะนิสัย,เรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะเอามาแพร่ต่อใส่คนเมืองได้

ดังนั้นในช่วงยุคแรกที่ ยิปซี เข้ามาในอังกฤษ พวกเขามักจะโดนดูถูกและไม่ได้รับสิทธิ์เยี่ยงคนทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น หลายผับในยุคนั้นไม่เปิดบริการให้พวกยิปซี เป็นต้น อย่างไรก็ตามทุกสิ่งบนโลกนั้นมีสองด้านเสมอ การโดนมองเป็นคนโง่, ชอบใช้กำลัง และไม่เอาไหน ไม่สามารถลบความจริงที่เกิดขึ้นอีกด้านได้ ด้วยทุกสิ่งที่กล่าวมาความยากลำบากหลอมให้ชาวยิปซีทุกเพศทุกวัยแข็งแกร่ง มีความเป็นนักสู้อยู่ในตัว พวกเขารักพวกพ้อง และถ้าได้สู้เพื่อ

ศักดิ์ศรีชาวยิปซีที่โดนดูถูก พวกเขาไม่เคยกลัวตาย นอกจากความยากลำบากสะท้อนความแข็งแกร่งด้านจิตใจแล้ว สัญชาติญาณการเอาตัวรอดและการเป็นนักสู้ก็ถูกสั่งสมขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกเขา ชาวยิปซีที่ไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่งมักจะหาเงินจากการเลี้ยงม้าพันธ์ดี ส่งตามคอกต่าง ๆ ซึ่งกีฬาแข่งม้าเป็นที่นิยมในอังกฤษเป็นอย่างมาก และการดูแลม้านั้น ผู้เลี้ยงต้องใช้พละกำลังมากทั้งการพาเดิน พาไปกินหญ้า หาอาหาร รวมถึงการทำงาน

เกี่ยวกับเหล็กและโลหะที่ใช้ทำเกือกม้าและซ่อมบำรุงรถ “คาราวาน” หรือรถม้าสำหรับเดินทางของพวกเขา นั่นทำให้ชาวยิปซีมีมัดกล้ามแข็งแรง แม่จะไม่ได้มีร่างกายที่สูงใหญ่ นอกจากนี้ชีวิตประจำวันที่ร่อนเร่เดินเท้าวันละหลายกิโลเมตรก็ช่วยให้ร่างกายของพวกยิปซีแข็งแกร่งขึ้นคูณ 2 นั่นเอง ในทุกวิกฤตินั้นมีโอกาสเสมอ การที่พวกเขาเป็นพวกชอบตัดสินปัญหาด้วยกำลัง บวกกับการมีร่างกายที่แข็งแรง จึงทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมาของพวกยิปซี

ที่สามารถทำเงินได้มากพอๆกับการเลี้ยงม้า นั่นคือการเป็นนักมวย หรือแม้กระทั่งการเป็นนักสู้รับจ้าง กล่าวคือใครที่คิดจะก่อสงครามแก๊งแต่ไม่มีกำลังรบ สามารถเอาเงินมาจ้างพวกยิปซีให้ไปสู้กับฝั่งตรงข้ามแทนนั่นเอง โดยเทคนิคการชกของยิปซี นั้นคือการชกที่เรียกว่า “ไอริชสไตล์” ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในการต่อสู้แบบหมัดเปล่า “เด็กที่อื่นอาจจะเริ่มจากการหัดเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อย แต่พวกเราชาวยิปซี ทันทีที่เริ่มรู้ความพวกเราจะชกกันด้วย

หมัดเปล่า ๆ เมื่อเราทะเลาะกันหรือมีปัญหาเราไม่เคยแจ้งความกับตำรวจ วิธีแก้ปัญหาของพวกเขาคือการถอดเสื้อและออกมาชกกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลย
” ไทสัน ฟิวรี่ กล่าว ไม่ว่าจะลูกเด็กเล็กแดง หรือแก่แค่ไหน ชาวยิปซีล้วนเคยผ่านการชกกันแบบหมัดเปล่ามาแล้วทั้งนั้น ความคลาสสิกส่งต่อกันมาหลายปีจนกลายเป็นสไตล์การชกในแบบของพวกเขา และสไตล์ที่ว่านี้เองที่ ไทสัน ฟิวรี่ เคลมว่าเขาคือคนที่ใช้มันและคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ”

การชกมวยถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมการเดินทางของชาวยิปซี ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่เมื่อคุณคือยิปซี สิ่งแรกที่คุณต้องเรียนรู้คือการต่อสู้” ฟิวรี่ อธิบาย ยิปซีสไตล์ เดินหน้าฆ่าไม่เลี้ยง อย่างที่ได้กล่าวไว้ ยิปซีสไตล์ นั้นมีต้นกำเนิดมาจากมวยหมัดเปล่า ซึ่งชาวยิปซีก็สู้แบบนั้นมานานนม พวกเขาฝึกหัดต่อสู้ตั้งแต่เด็กผ่านวัฒนธรรมแบบไม่รู้ตัว และการถูกสอนให้สู้ ไม่ได้ถูกสอนให้เป็นนักมวยสากล จึงทำให้การต่อสู้ของนักมวยที่เป็นชาวยิปซี

ลักษณะเฉพาะตัว แน่นอนว่าไอ้บู๊มันบู๊แน่นอนอยู่แล้ว แต่การบู๊แบบยิปซี ต่างกับการบู๊แบบเม็กซิโก อยู่บางประการ การบู๊ของนักมวยเม็กซิโกที่มีพื้นฐานมาจากความใจสู้เดินบุกแหลกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการบู๊แบบมีเชิง เน้นทักษะการหลบหลีกและปล่อยหมัดที่ว่องไว เจ็บตัวให้น้อยต่อยให้มาก จะว่าอย่างนั้นก็คงไม่ผิดนัก แต่สำหรับการชกแบบพวกยิปซี คือการบู๊เหมือนกับคนไม่มีอะไรจะเสีย มันเหมือนกับการตั้งโปรแกรมให้เดินเข้าหาคู่ชกอย่างเดียว

แทบไม่มีการประเมินจุดอ่อนจุดแข็งแต่อย่างใด ขอแค่ให้ได้เดินเข้าไปซัดหน้าคู่ชกแบบจังๆแล้วเอาให้ร่วงถือเป็นอันใช้ได้ ตัวเองจะโดนอัดโดนชกบ้าง นั่นเป็นเรื่องปกติ พวกเขาชินกับการกินหมัดเป็นอาหารมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ตัวอย่างนักมวยยิปซีพันธุ์แท้แบบตามหลักประวัติศาสตร์ยิปซีเล่ามานั้นไม่ใช่ ไทสัน ฟิวรี่ เพราะมีคนชัดเจนยิ่งกว่าเขาอีกนั่นคือ มิคกี้ โอนีล ตัวละครจากเรื่อง Snatch ที่แสดงโดย แบรด พิตต์ นั่นเอง

คลิ๊กเลย >>> UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล